เปิดตัว iPhone 12 Max และ iPhone 12 mini

เปิดตัว iPhone 12 Max และ iPhone 12 mini

เปิดตัว iPhone 12 Max และ iPhone 12 mini จะเปิดตัวในกว่า 50 ประเทศและภูมิภาคในวันศุกร์ที่ 13 พฤศจิกายน

คูเปอร์ติโน, แคลิฟอร์เนีย – ตั้งแต่วันศุกร์ที่ 6 พฤศจิกายน เวลา 5:00 น. ตามเวลามาตรฐานแปซิฟิก iPhone 12 Pro Max และ iPhone 12 mini จะเปิดให้ลูกค้าสั่งซื้อล่วงหน้า ผ่าน apple.com แอพ Apple Store รวมถึงตัวแทนจำหน่ายที่ได้รับอนุญาตของ Apple และผู้ให้บริการเครือข่าย โทรศัพท์หลายราย ทั้ง 2 รุ่น รองรับย่านความถี่ 5G มากที่สุดในบรรดาสมาร์ทโฟน1 โดย iPhone 12 Pro Max มีระบบกล้องระดับโปรที่ล้ำหน้าที่สุด และจอภาพที่ใหญ่ที่สุดบน iPhone ขณะที่ iPhone 12 mini เป็นสมาร์ทโฟน 5G ที่เล็กและบางเบาที่สุดในโลก ซึ่งมาพร้อมกับจอภาพแบบขอบจรดขอบ เรียกได้ว่าขนาดกะทัดรัด แต่อัดแน่นไปด้วยเทคโนโลยีสุดล้ำหน้า ของ iPhone 12 และ iPhone 12 รุ่นต่าง ๆ ยังมาพร้อมกับ MagSafe ซึ่งทำให้ชาร์จแบบไร้สายได้ อีกทั้งยังมีระบบนิเวศของอุปกรณ์เสริมแบบใหม่ที่ยึดติดกับ iPhone ได้อย่างง่ายดาย

iPhone 12 Pro Max และ iPhone 12 mini จะวางจำหน่ายในร้านค้า และเริ่มส่งไปถึงลูกค้า ตั้งแต่วันศุกร์ที่ 13 พฤศจิกายน 2563

iPhone 12 Pro Max

iPhone 12 Pro Max ยกระดับนวัตกรรมไปอีกขั้น สำหรับผู้ที่ต้องการประโยชน์สูงสุดจ าก iPhone จอภาพ Super Retina XDR display มีขนาดใหญ่ขึ้นเป็น 6.7 นิ้ว 2 แต่ยังคงขนาด เกือบจะเท่ากับ iPhone 11 Pro Max นับว่าเป็นจอภาพที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมาใน iPhone อีกทั้งยังมีความละเอียดสูงสุดที่เกือบ 3.5 ล้านพิกเซล iPhone 12 Pro Max มีดีไซน์ใหม่แบบขอบแบน พร้อมด้วยแถบสแตนเลสสตีลอันสวยงามเกรดเดียว กับที่ใช้ทำเครื่องมือศัลยกรรม เข้าคู่กับด้านหลังแบบกระจกผิวด้าน ที่ตัดแต่งรูปทรงมาอย่างแม่นยำ โดยมีให้เลือกทั้งหมด 4 สี คือ สีกราไฟต์, สีเงิน, สีทอง และ สีแปซิฟิกบลู iPhone 12 Pro Max มาพร้อมกับมาตรฐาน IP68 ชั้นแนวหน้าของวงการ จึงสามารถทนน้ำที่ระดับความลึกไม่เกิน 6 เมตร ภายในระยะเวลาสูงสุด 30 นาที 3 อีกทั้ง ยังมีหน้าจอแบบ Ceramic Shield ที่สามารถทนต่อการตกกระแทกได้ มากกว่าเดิม 4 เท่า 4 นับว่ามีความคงทนเพิ่มขึ้นจ าก iPhone รุ่นอื่น แบบก้าวกระโดด

iPhone 12 Pro Max

iPhone 12 Pro Max มาพร้อมกับจอภาพขนาดใหญ่ที่สุดใน iPhone, ระบบกล้องระดับโปร พร้อมระบบ OIS ที่ใช้การปรับตำแหน่งเซ็นเซอร์ สำหรับกล้องไวด์และทางยาว โฟกัสสูงยิ่งขึ้น สำหรับกล้องเทเลโฟโต้, สแกนเนอร์ LiDAR, A14 Bionic และ อื่น ๆ อีกมากมาย

iPhone 12 Pro Max แบบใหม่หมด มีระบบกล้องที่ดีที่สุดใน iPhone รวมถึงมีกล้องอัลตร้าไวด์ที่มีมุมมองภาพ 120 องศา และกล้องเทเลโฟโต้ที่มีทางยาวโฟกัส 65 มม. ซึ่งเพิ่มช่วงการซูมแบบออปติคัลจาก 4 เท่า เป็น 5 เท่า กล้องไวด์ใหม่ มาพร้อมกับระบบ OIS ที่ใช้การปรับตำแหน่งเซ็นเซอร์ เป็นครั้งแรกในสมาร์ทโฟน เพื่อให้มีระบบป้องกันภาพสั่นไหวที่ดีขึ้น และด้วยรูรับแสงขนาด ƒ/1.6, เซ็นเซอร์ที่มีขนาดใหญ่กว่าเดิม 47 เปอร์เซ็นต์ และ พิกเซล 1.7μm ที่ใหญ่ขึ้นช่วยให้ถ่ายภาพ และวิดีโอในสภาวะแสงน้อยได้ดีกว่าเดิม 87 เปอร์เซ็นต์ นับว่าเป็นข้อดีที่สุด เท่าที่เคยมีมาใน iPhone และเมื่อใช้ร่วมกับ A14 Bionic, iPhone 12 Pro Max ก็ขับเคลื่อนคุณสมบัติด้านการประมวลผลภาพถ่าย ด้วยคอมพิวเตอร์อันน่าทึ่งอย่าง โหมดกลางคืน, Deep Fusion, HDR อัจฉริยะ 3, วิดีโอ HDR ที่ถ่ายในแบบ Dolby Vision5 และ Apple ProRAW แบบใหม่หมด 6 เพื่อให้สามารถควบคุมสีสัน, รายละเอียด และช่วงไดนามิก ได้อย่างสร้างสรรค์ และสแกนเนอร์ LiDAR ใหม่ก็ช่วยให้ออโต้โฟกัสได้เร็วขึ้นสูงสุดถึง 6 เท่า ในสภาวะแสงน้อย สามารถถ่ายภาพบุคคลในโหมดกลางคืนได้ และมอบประสบการณ์ความจริงเสริม (AR) ที่สมจริงกว่าเดิม

iPhone 12 mini

iPhone 12 mini7 ขนาด 5.4 นิ้ว ซึ่งเป็นสมาร์ทโฟน 5G ที่เล็ก บาง และเบาที่สุดในโลก มาพร้อมดีไซน์ใหม่อันสวยงาม ที่อัดแน่นไปด้วยความสามารถใหม่ ๆ ที่ล้ำหน้า iPhone 12 mini มีวางจำหน่ายในห้าสีสันสดใส ได้แก่ น้ำเงิน เขียว ดำ ขาว และ (PRODUCT)RED8 และนำเทคโนโลยีทั้งหมด ที่มีอยู่ใน iPhone 12 มาไว้ในดีไซน์ขนาดกะทัดรัดเกินคาด และและจอภาพ Super Retina XDR แบบขอบจรดขอบที่สวยงาม นอกจากนี้ iPhone 12 mini ยังมีหน้าจอแบบ Ceramic Shield ใหม่ ซึ่งแข็งแกร่งกว่ากระจกไหน ๆ บนสมาร์ทโฟน พร้อมความสามารถในการทนน้ำระดับ IP68 ชั้นแนวหน้าของอุตสาหกรรม

iPhone 12 mini

iPhone 12 mini ซึ่งเป็นสมาร์ทโฟน 5G ที่เล็ก บาง และเบาที่สุดในโลก มาพร้อมเทคโนโลยีที่ล้ำหน้าเช่นเดียวกับ iPhone 12 ในดีไซน์ที่กะทัดรัด พร้อมจอภาพแบบขอบจรดขอบที่สวยงาม

iPhone 12 mini มาพร้อมระบบกล้องคู่ใหม่อันทรงพลัง รวมถึงกล้องอัลตร้าไวด์กว้างพิเศษ และกล้องไวด์เจ็ดชิ้นเลนส์ใหม่ที่มีรูรับแสงขนาด ƒ/1.6 ซึ่งกว้างที่สุดใน iPhone ทั้งหมด จึงรับแสงได้ดีขึ้น 27% สำหรับการถ่ายภาพและวิดีโอในสภาพแสงน้อย A14 Bionic ซึ่งเป็นชิพที่เร็วที่สุดในสมาร์ทโฟน ช่วยมอบคุณสมบัติด้านการถ่ายภาพเชิงคำนวณอันทรงพลังแบบใหม่บน iPhone 12 mini ซึ่งรวมถึง HDR อัจฉริยะ 3, โหมดกลางคืน และ Deep Fusion บนกล้องทุกตัว และอีกมากมาย ขณะเดียวกันแบตเตอรี่ ก็ยังคงมีระยะเวลาการใช้งานที่ดีเยี่ยม iPhone 12 mini บันทึกวิดีโอที่มีคุณภาพสูงสุดในสมาร์ทโฟน อีกทั้งยังรองรับการบันทึกวิดีโอ HDR ด้วย Dolby Vision ที่ 4K ในความเร็วสูงสุด 30 fps

ยกระดับมือถือ สเปกแรงในราคาเริ่มต้นไม่ถึง 5,000 บาท

Related Post